วิธีหาห้องพักในญี่ปุ่น สำหรับนักเรียนและคนทำงาน

คู่มือหาห้องพักในญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น เหมาะสำหรับนักเรียนและคนทำงานในญี่ปุ่น

วิธีการหาอพาร์ตเมนต์ในญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ & ผู้ที่มาทำงาน

by Friends Japan Tokyo

การย้ายมาเรียนหรือมาทำงานที่ญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอเหมือนกันคือ… “จะหาที่พักอย่างไรดี?” เพราะระบบที่พักของญี่ปุ่นต่างจากไทยพอสมควร ทั้งค่ามัดจำ กฎของตึก บริษัทนายหน้า และเอกสารสำหรับชาวต่างชาติ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ ขั้นตอน + เคล็ดลับ + สิ่งที่ต้องเตรียม เพื่อให้หาที่พักได้เร็วและลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธจากเจ้าของห้องค่ะ

1) รู้จักประเภทที่พักในญี่ปุ่นก่อนเลือก

การเลือกที่พักง่ายขึ้นมาก ถ้ารู้ว่ามีตัวเลือกอะไรบ้าง และอะไรเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

① อพาร์ตเมนต์ทั่วไป (マンション・アパート / 1K / 1DK)

เหมาะกับ: คนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นคู่

  • ข้อดี: เงียบ เป็นส่วนตัว จัดห้องได้ตามสไตล์ของตัวเอง
  • ข้อควรระวัง: มักต้องใช้เอกสารครบ เช่น บัตรต่างชาติ (在留カード), ผู้ค้ำประกัน (保証人) หรือบริษัทผู้ค้ำประกัน (保証会社)

② Share House (シェアハウス)

เหมาะกับ: นักเรียนหรือน้อง ๆ ที่อยากประหยัดค่าใช้จ่าย และอยากมีเพื่อนต่างชาติ

  • ข้อดี: ย้ายเข้าได้ง่าย ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ มีเฟอร์นิเจอร์และของใช้พื้นฐาน
  • ข้อเสีย: ต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น อาจมีข้อจำกัดเรื่องเสียงและการใช้พื้นที่ส่วนกลาง

③ หอพักของโรงเรียน / หอพักเอกชน

บางโรงเรียนภาษาหรือมหาวิทยาลัยมีหอพักของตัวเอง หรือทำสัญญากับหอพักเอกชนไว้ให้

  • ข้อดี: สมัครง่าย ค่าใช้จ่ายชัดเจน ใกล้โรงเรียน
  • ข้อเสีย: อาจอยู่ได้เฉพาะปีแรก หรือมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเข้าออก

④ Guest House / Weekly Mansion

เหมาะกับ: ช่วงแรกที่เพิ่งมาถึงญี่ปุ่น ยังไม่พร้อมทำสัญญาระยะยาว

  • ข้อดี: สัญญาสั้น ย้ายเข้าเร็ว เฟอร์นิเจอร์ครบ
  • ข้อเสีย: ราคาต่อเดือนสูงกว่าแบบสัญญาปกติ

2) ค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ก่อนทำสัญญาห้อง

ต้นทุนในการเข้าห้องครั้งแรกในญี่ปุ่นค่อนข้างสูง เพราะไม่ได้มีแค่ค่าเช่ารายเดือน แต่ยังมีค่าอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย

  • ค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน (賃料)
  • ค่ามัดจำ (敷金 / Shikikin): ประมาณ 0–1 เดือน (บางที่คืนบางส่วนตอนย้ายออก)
  • ค่า Key Money (礼金 / Reikin): 0–1 เดือน — เป็นเหมือนเงินขอบคุณเจ้าของห้อง (ไม่คืน)
  • ค่าเปลี่ยนกุญแจ (鍵交換費用)
  • ค่าทำความสะอาดหลังย้ายออก (清掃費用)
  • ค่านายหน้า (仲介手数料): ประมาณ 0.5–1 เดือน

ภาพรวม: ส่วนใหญ่ต้องเตรียมประมาณ 2–4 เดือนของค่าเช่า สำหรับการเข้าห้องครั้งแรกค่ะ

3) เอกสารที่จำเป็นสำหรับนักเรียน & ผู้มาทำงาน

เอกสารคือสิ่งที่เจ้าของตึกใช้ตัดสินใจว่าจะให้เราเช่าหรือไม่ ยิ่งเตรียมครบตั้งแต่แรก โอกาสผ่านยิ่งสูง

สำหรับนักศึกษาต่างชาติ

  • หนังสือเดินทาง (Passport)
  • บัตร Resident Card (在留カード)
  • สัญญาเรียน / ใบตอบรับจากโรงเรียน (入学許可書)
  • เบอร์โทรในญี่ปุ่น
  • บางกรณีอาจต้องมีสำเนาบัญชีธนาคาร หรือจดหมายรับรองการเงิน
  • ผู้ค้ำประกัน (保証人) หรือใช้บริษัทผู้ค้ำประกัน (保証会社)

สำหรับผู้มาทำงาน (เช่น SSW, วีซ่าทำงาน, พนักงานบริษัท)

นอกจากเอกสารพื้นฐานข้างต้นแล้ว มักถูกขอเอกสารเพิ่มเติมด้านการทำงาน เช่น:

  • สัญญาการว่าจ้าง (雇用契約書) จากบริษัทในญี่ปุ่น
  • หนังสือแจ้งเงินเดือนโดยประมาณ หรือใบเสนอจ้างงาน
  • ในบางกรณีอาจมีการขอ ใบรับรองรายได้ หรือสำเนาสลิปเงินเดือน (สำหรับผู้ที่ทำงานในญี่ปุ่นอยู่แล้ว)

สำหรับผู้ที่เพิ่งบินมาทำงานใหม่และยังไม่มีสลิปเงินเดือน การมี สัญญาจ้างที่ชัดเจน + เอกสารจากบริษัท จะช่วยให้ผ่านการอนุมัติห้องได้ง่ายขึ้นค่ะ

Tip: ถ้าให้นายหน้าหรือที่ปรึกษาช่วยเตรียมและตรวจเอกสารก่อนยื่น จะช่วยลดโอกาสที่เจ้าของห้องปฏิเสธได้เยอะมาก

4) เลือกทำเลให้เหมาะกับโรงเรียน & ที่ทำงาน

การเลือกทำเลไม่ใช่แค่ “ชอบย่านไหน” แต่ต้องดูเส้นทางเดินทางและค่าใช้จ่ายรวมด้วย

  • ใช้เวลาเดินทางถึงโรงเรียน/ที่ทำงานไม่เกิน 30–45 นาทีจะสบายที่สุด
  • รอบ ๆ มีร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์ ร้านยา และคลินิกใกล้ ๆ หรือไม่
  • ย่านนั้นปลอดภัยไหม โดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ค่าเดินทางต่อเดือน + ค่าเช่ารวมกันแล้ว อยู่ในงบที่รับไหวหรือเปล่า

5) วิธีค้นหาห้อง: ออนไลน์ + เอเจนซี่

ปัจจุบันการหาห้องในญี่ปุ่นสามารถเริ่มต้นได้จากประเทศต้นทางได้เลย ผ่านเว็บไซต์และการดูห้องออนไลน์

ค้นหาด้วยเว็บไซต์และแอปญี่ปุ่น

  • SUUMO
  • Homes
  • CHINTAI
  • Able (エイブル)
  • MiniMini (ミニミニ)

แอปเหล่านี้เหมาะใช้เป็น ตัวเช็กราคาและย่าน ก่อนตัดสินใจ แต่สำหรับชาวต่างชาติ การทำสัญญาโดยตรงอาจยากเพราะเรื่องภาษาและเอกสาร

ใช้เอเจนซี่ดูแล (แนะนำมากสำหรับนักเรียน & คนทำงาน)

เอเจนซี่ที่เข้าใจชีวิตคนไทยในญี่ปุ่นจะช่วยในเรื่อง:

  • คัดเลือกห้องที่เจ้าของพร้อมรับชาวต่างชาติ / นักเรียน / ผู้มาทำงาน
  • เตรียมเอกสารทั้งฝั่งผู้เช่าและบริษัทที่ญี่ปุ่น
  • ประสานงานกับบริษัทผู้ค้ำประกัน
  • อธิบายสัญญาเป็นภาษาไทย และช่วยเช็กเงื่อนไขสำคัญ

สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ติดต่อผ่าน Friends Japan:
สำหรับน้อง ๆ นักเรียน และผู้ที่จะมาทำงานกับบริษัทในเครือของเรา สามารถ นัดดูห้องแบบออนไลน์ (ผ่านวิดีโอคอล) ได้ล่วงหน้าก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น และให้เราช่วยตรวจสอบห้องจริงให้ค่ะ

6) ขั้นตอนการทำสัญญาห้องแบบทีละสเต็ป

  1. เลือกทำเลและงบประมาณที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน
  2. เลือกห้องตัวเลือกประมาณ 3–5 ห้อง
  3. นัดดูห้อง (หน้าจริงในญี่ปุ่น หรือดูออนไลน์หากยังอยู่ต่างประเทศ)
  4. ยื่นเอกสารทั้งหมดให้บริษัทนายหน้า/เอเจนซี่
  5. เจ้าของตึกและบริษัทผู้ค้ำประกันตรวจเอกสาร
  6. ได้รับอนุมัติ → ชำระค่าแรกเข้า (ค่าเช่า+มัดจำ+อื่น ๆ)
  7. รับกุญแจ และย้ายเข้าอยู่

โดยทั่วไปใช้เวลาตั้งแต่ยื่นเอกสารจนอนุมัติประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับเจ้าของตึกและบริษัทผู้ค้ำประกันค่ะ

7) ทำอย่างไรให้ “พร้อมเข้าอยู่ทันที” เมื่อถึงญี่ปุ่น

ปัญหาที่เจอบ่อยสำหรับคนที่เพิ่งบินถึงญี่ปุ่นคือ “ห้องโล่ง ไม่มีฟูก ไม่มีผ้าห่ม ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า” ทำให้ต้องวิ่งหาซื้อของเองในช่วงที่ยังงงกับระบบขนส่งและภาษา

สิ่งที่ควรมีอย่างน้อยในวันแรกเข้าอยู่

  • ที่นอน/ฟูก + หมอน + ผ้าห่ม
  • เครื่องซักผ้า (ถ้ายังไม่มี สามารถใช้แบบค coin laundry ชั่วคราวได้)
  • ตู้เย็นขนาดเล็ก
  • เตาไมโครเวฟ หรือเตาไฟฟ้าเล็ก ๆ
  • กาต้มน้ำหรือหม้อเล็ก
  • จาน ชาม แก้วน้ำ และช้อนส้อมอย่างน้อย 1–2 ชุด

บริการพิเศษจาก Friends Japan:
หากคุณเป็นนักเรียนหรือผู้มาทำงานที่ติดต่อผ่าน Friends Japan เราสามารถช่วย จัดเตรียมอุปกรณ์จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัย ให้ล่วงหน้าตามงบที่ตกลงกันไว้ เช่น ชุดที่นอน ฟูก เครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐาน เพื่อให้คุณ พร้อมเข้าอยู่ทันทีในวันที่มาถึงญี่ปุ่น ไม่ต้องเสียเวลาหาซื้อของเองในช่วงแรก

8) กฎพื้นฐานของการอยู่หอในญี่ปุ่น (ที่คนไทยมักไม่รู้)

  • ห้ามเปิดเสียงดังหลังช่วงเวลาที่กำหนด (โดยมาก 20:00–22:00 เป็นต้นไป)
  • ต้องแยกขยะละเอียดตามประเภท และทิ้งให้ตรงวันตามปฏิทินของเขต
  • ห้ามมีคนมาค้างบ่อย ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ห้ามใช้เตาหรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดควันและกลิ่นแรงมากภายในห้อง (แล้วแต่กฎของตึก)
  • ไม่ควรปั่นเครื่องซักผ้าดึก ๆ เพราะเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน

9) เคล็ดลับเลือกห้องให้คุ้มที่สุดสำหรับทั้งนักเรียนและคนทำงาน

  • ถ้างบน้อย เลือกชั้น 1 หรือห้องที่อยู่ไกลสถานีนิดหน่อย ราคามักถูกลง
  • อยากประหยัดค่าไฟ เลือกห้องที่แสงแดดเข้าเหมาะสม (ทิศใต้/ตะวันออก)
  • ถ้าต้องตื่นเช้าไปทำงานทุกวัน เลือกย่านที่รถไฟไม่แน่นเกินไปในชั่วโมงเร่งด่วน
  • ดูรีวิวหรือประสบการณ์ของคนไทยที่เคยอยู่ย่านนั้นประกอบการตัดสินใจ

พร้อมให้เราช่วยดูแลเรื่องที่พักในญี่ปุ่นไหม?

Friends Japan ดูแลครบตั้งแต่ยื่นสมัครเรียน/งาน ไปจนถึงการหาที่พัก การทำสัญญา และการเตรียมห้องให้พร้อมเข้าอยู่จริงทั้งสำหรับ นักเรียนและผู้มาทำงาน ในญี่ปุ่น

ทักมาคุยกันก่อนได้เลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ไทยหรือญี่ปุ่น เราพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดให้คุณในทุกขั้นตอน 🧡🇯🇵

ต้องการความช่วยเหลือหาที่พักในญี่ปุ่น?

Friends Japan ช่วยแนะนำการหาห้องพักและการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ปรึกษาได้ฟรีผ่าน LINE

Scroll to Top